S3 Storage (Simple Storage Service) คือระบบ Object Storage ซึ่งก็มีความหมายเหมือนชื่อของมันเลยนั่งคือ มันจะทำการเก็บข้อมูลแบบอ็อบเจ็กต์ (object) โดยแต่ละไฟล์จะถูกเก็บพร้อม metadata หรือ ข้อมูลและคุณสมบัติของไฟล์เข้าไปด้วย
และมี Object ID/Key เป็นตัวอ้างอิง แทนโครงสร้างโฟลเดอร์แบบไฟล์ซิสเต็มดั้งเดิม ถึงแม้ว่าหลายคนอาจจะคิดถึง Amazon S3 Cloud Storage เมื่อพูดถึง S3 Storage แต่แนวคิด S3-compatible ปัจจุบันไม่ได้หมายถึง AWS อย่างเดียว
แต่รวมถึงระบบอื่น ๆ ที่ทำงานตาม S3 API เช่น MinIO, Ceph RGW, Wasabi, Backblaze B2 เพราะมันได้กลายเป็นมาตรฐานทั่วไปสำหรับการเก็บข้อมูลแบบ object ไปแล้ว

องค์ประกอบหลัก ใน S3 Storage

  1. Bucket: ซึ่งคือหน่วยเก็บข้อมูล
  2. Object: ไฟล์ ที่มาพร้อม metadata
  3. Key: ชื่อ/เส้นทางเชิงตรรกะของ object
  4. API/HTTP(S): เข้าถึงผ่าน REST API เพื่อให้เราสามารถจัดการกับสิ่งที่เราเก็บไว้ภายใน Bucket ได้

ประวัติความเป็นมา
Amazon เปิดตัว Amazon S3 ในปี 2006 เพื่อรองรับการเติบโตของข้อมูลขนาดใหญ่ในยุคเว็บเฟื่องฟู หรือ พูดง่ายๆ ใครๆ ก็อยากจะทำทุกงานผ่านเว็บแม้แต่งานเก็บข้อมูล และมันได้เป็นการเปลี่ยนแนวคิดจาก File/Block Storage ไปสู่สิ่งที่เรี่ยกว่า Object Storage ที่สเกลได้แทบไม่จำกัด
ต่อมา S3 กลายเป็น มาตรฐาน de-facto ของ Object Storage ที่มีผู้ใช้งานอย่างกว้างขวาง และ เกิดระบบ S3-compatible แบบ On-prem และ Cloud อื่น ๆ เพื่อใช้งานร่วมกันได้ (vendor-neutral) โดยไม่ต้องผูกอยู่แค่เพียงว่าจะต้องใช้ Amazon S3 เท่านั้น

ข้อดีของ S3 Storage ในการใช้เป็น Backup
1) ทนทานและสเกลสูงมาก
ออกแบบให้ Durability สูงมาก เก็บไฟล์จำนวนมาก/ขนาดใหญ่ได้โดยไม่ต้องวางแผน capacity ล่วงหน้า

2) แยกจากระบบ Production (Air-gap เชิงตรรกะ)
Backup ไปยัง S3 ที่ แยก Credential / แยก Network ลดความเสี่ยงที่ ransomware จะลามจากระบบหลักไปยัง backup

3) รองรับ Versioning (กันการเขียนทับ/ลบ)
เปิด Object Versioning ถ้าไฟล์ถูกเข้ารหัสหรือถูกลบ จะยังย้อนกลับไป version ก่อนหน้าได้

4) Object Lock / Immutable Backup (หัวใจในการป้องกัน Ransomware)
ใช้ Object Lock (WORM – Write Once Read Many)
ตั้ง Retention Period:
Governance mode: ป้องกันการลบ/แก้ไขโดยผู้ใช้ทั่วไป
Compliance mode: แม้ Admin ก็ลบไม่ได้ จนกว่าจะครบเวลา
ทำให้ ransomware ไม่สามารถลบหรือเขียนทับ backup ได้

5) Lifecycle & Tiering ลดต้นทุน
ตั้งกฎย้ายข้อมูลเก่าไปยัง storage ราคาถูก (เช่น Glacier/Archive) เหมาะกับ long-term retention (7–10 ปี)

6) ทำงานร่วมกับ Backup Software ได้ดี
รองรับเครื่องมือยอดนิยม เช่น Veeam, Nakivo, Storware, BDRSuite, Restic, Velero, Borg, Duplicati และอื่นๆ
ทำ Incremental / Dedup / Encryption ได้ง่าย
S3 กับการป้องกัน Ransomware (สรุปเชิงเทคนิค)
กลไกป้องกันอะไรVersioningกู้ไฟล์ก่อนถูกเข้ารหัสObject Lock (Immutable)กันการลบ/เขียนทับ backupIAM / Access Policyจำกัดสิทธิ์เฉพาะ service accountSeparate Account/Bucketลด blast radiusEncryption at Restป้องกันข้อมูลรั่วOffline / Cross-Region Copyป้องกันเหตุร้ายระดับไซต์